วันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เรื่องน่ารู้

                                          เรื่องน่ารู้

ห้องเปลื้องทุกข์เปลี่ยนของเสียเป็นกระแสไฟฟ้าและปุ๋ย



นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง (NTU) ประเทศสิงคโปร์ ได้คิดค้นระบบห้องน้ำที่เปลี่ยนของเสียจากการโจมตีของข้าศึก (Nature Calls!) และการเด็ดดอกไม้ให้เป็นกระแสไฟฟ้าและปุ๋ย นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวยังช่วยลดการใช้น้ำในการชำระสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับระบบห้องน้ำที่ใช้อยู่ในปัจจุบันในประเทศสิงคโปร์

ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า โน มิกซ์ แวคคิวอัม ทอยเล็ท (No-Mix Vacuum Toilet) มีโถสุขภัณฑ์สำหรับแยกของเสียจากการปัสสาวะและอุจจาระ ใช้เทคโนโลยีการดูดแบบสุญญากาศ เช่นเดียวกับระบบที่ใช้ในห้องน้ำบนเครื่องบิน ทั้งนี้ การชำระของเสียจากการการเด็ดดอกไม้จะใช้น้ำเพียง 0.2 ลิตร ในขณะที่การชำระของเสียจากการโจมตีของข้าศึกจะใช้น้ำเพียง 1 ลิตรเท่านั้น ส่วนห้องน้ำทั่วๆ ไปในปัจจุบันใช้น้ำในการชำระของเสียสูงถึง 4 ถึง 6 ลิตร ทั้งนี้ หากติดตั้งระบบดังกล่าวตามห้องน้ำสาธารณะกว่า 100 ระบบ ก็จะช่วยประหยัดน้ำประมาณ 160,000 ลิตรในหนึ่งปี ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับเติมสระขนาดเล็กที่มีความกว้าง 10  × 8 เมตร ลึก 2 เมตร 

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยางกำลังดำเนินการทดสอบด้วยการติดตั้งโถสุขภัณฑ์ต้นแบบในห้องน้ำภายในมหาวิทยาลัยจำนวน 2 ห้อง และถ้าหากทุกอย่างเป็นไปได้สวย ประชาชนทั่วโลกอาจจะได้เห็นหรือแม้กระทั่งได้นั่งเปลื้องทุกข์บนโถสุขภัณฑ์ดังกล่าวในอีก 3 ปีข้างหน้า

รศ. หวัง จิงหยวน ผู้นำในการวิจัย กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การประหยัดน้ำด้วยระบบห้องน้ำระบบใหม่เท่านั้น แต่เป็นการช่วยฟื้นฟูทรัพยากรแบบครบวงจร เพื่อที่จะนำพาประเทศไปยังเป้าหมายการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากมีแหล่งคัดแยกของเสียและกำจัดของเสียมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการฟื้นฟูทรัพยากร เนื่องจากการบำบัดของเสียรวมทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและสิ้นเปลืองเงิน แต่นวัตกรรมระบบห้องน้ำระบบใหม่ ที่ได้รับเงินสนับสนุนงานวิจัยจำนวน 10 ล้านดอลลาร์จากโครงการวิจัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของมูลนิธิวิจัยแห่งชาติสิงคโปร์ อาจเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจบ้านจัดสรร โรงแรม รีสอร์ท และชุมชนที่ไม่มีระบบน้ำเสีย

ทั้งนี้ โน มิกซ์ แวคคิวอัม ทอยเล็ท จะแยกของเสียจากการเด็ดดอกไม้ไปยังสถานที่คัดแยกเพื่อแยกส่วนประกอบที่ใช้สำหรับทำปุ๋ย เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ขณะเดียวกัน ของเสียจากการโจมตีของข้าศึกก็จะถูกส่งไปยังไบโอรีแอคเตอร์ (Bioreactor) เพื่อย่อยสลายของเสียเหล่านั้น ก่อนที่จะแยกก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซที่ไม่มีกลิ่นและสามารถใช้แทนก๊าซธรรมชาติในการหุงต้ม นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนก๊าซมีเทนเป็นกระแสไฟฟ้าด้วยการใช้อุปกรณ์ที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยอาศัยปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี (Fuel cell) 

อนึ่ง น้ำที่ใช้แล้ว (Grey water) ทั้งจากการซักผ้า อาบน้ำ และล้างจาน สามารถปล่อยไปยังระบบน้ำเสียโดยไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการบำบัดที่ยุ่งยาก ขณะที่ขยะจำพวกเศษอาหารสามารถนำไปย่อยสลายด้วยไบโอรีแอคเตอร์ หรือนำไปเปลี่ยนสภาพก่อนนำไปผสมเป็นปุ๋ย ซึ่งช่วยฟื้นฟูทรัพยากรได้เป็นอย่างดี
 
----------------------------------------------------------

Share on facebookShare on printShare on twitterShare on googleMore Sharing Services

White Goat เปลี่ยนกระดาษ A4 ให้เป็นกระดาษชำระ


บริษัท Oriental Co., Ltd. เปิดตัวเครื่อง White Goat เครื่องแปรสภาพกระดาษ A4 ให้เป็นกระดาษชำระ โดยทำแค่เอากระดาษ A4 สอดเข้าไปในช่องรับกระดาษของเครื่องแล้วกระดาษนี้จะแปรสภาพเป็นกระดาษชำระภายในเวลาไม่นาน 
จากการรายงานของ DigInfo สื่อในประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า เครื่องนี้สามารถแปรสภาพกระดาษ A4 จำนวน 40 แผ่นให้เป็นกระดาษชำระ 1 ม้วนภายในเวลา 30 นาที ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าเครื่องนี้จะช่วยลดปริมาณการตัดต้นไม้ได้ราว 60 ต้นต่อปี  
เครื่องนี้มีมูลค่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3 ล้านบาท มีกำหนดการณ์จะวางจำหน่ายภายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ แต่ในทางตรงกันข้าม จากการรายงานของเว็บไซต์ Dvice.com ที่ระบุว่า เครื่องนี้ทำให้ผู้ใช้ไม่คุ้มค่า เนื่องจากราคาเฉลี่ยของกระดาษชำระที่วางจำหน่ายทั่วโลกอยู่ที่ 60 เซนต์ หรือราว 18 บาท เท่านั้น แต่ราคาของเครื่องนี้เทียบเท่ากับราคากระดาษชำระ 2 แสนม้วน ทำให้เราต้องจับตาดูว่าเครื่องนี้จะมียอดขายสูงหรือไม่ แต่ก็ถือเป็นอุปกรณ์ที่น่าจะถูกใจคนที่รักสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมากเช่นกัน  





วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ภูมิปัญญาไทย

                                        ภูมิปัญญาไทย
  

                    เก็บผักผลไม้ให้สดโดยไม่ง้อไฟฟ้า



เป็นที่ทราบกันดีว่าตู้เย็นตามบ้านทั่วไปช่วยรักษาอาหารให้สดใหม่ไม่เน่าเสียง่าย  แต่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้อาศัยอยู่กลางทะเลทรายที่จะเก็บรักษาอาหารไว้ให้นานที่สุด เนื่องจากพวกเขายังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งนี้ มูฮัมหมัด บาห์ แอบบา ครูชาวไนจีเรียที่เติบโตมาในครอบครัวช่างปั้น ตระหนักถึงปัญหานี้ดี จึงได้คิดค้นวิธียึดอายุความสดของผักผลไม้อย่างง่ายด้วยการเก็บรักษาไว้ในเครื่องปั้นดินเผา  โดยผลงานดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า เซียร์ (Zeer)  วัสดุที่ใช้ทำประกอบด้วยกระถางดินเผาที่ไม่เจาะรู มีขนาดต่างกัน ขอบหนา 2 ถึง 3 นิ้ว จำนวน 2 ใบ ทรายบริสุทธิ์ 1 ถุง กระสอบป่านสำหรับคลุม วิธีทำก็ไม่ยากเลย เพียงแค่เททรายลงในกระถางใบใหญ่ให้หนาประมาณ 1 นิ้ว วางกระถางใบเล็กลงบนทรายที่เกลี่ยจนได้ระดับแล้ว จัดกระถางใบเล็กที่ซ้อนอยู่ตรงกลางให้ขอบกระถางอยู่ในแนวเดียวกันกับขอบกระถางใบใหญ่  จากนั้นเททรายในช่องว่างระหว่างกระถางทั้ง 2 ใบ เว้นระยะจากขอบประมาณ 1 นิ้ว นำน้ำมารดทรายให้เปียกชุ่ม และนำผักและผลไม้มาใส่ในกระถางที่วางซ้อน คลุมด้วยกระสอบป่านที่ชุ่มน้ำ เพียงแค่นี้ก็สามารถเก็บอาหารสดได้นานขึ้น 3 ถึง 4 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าสักวัตต์ ซึ่งหากไม่มีการเก็บรักษาผักและผลไม้สดอย่างถูกวิธี จะสามารถเก็บรักษาไว้รับประทานได้เพียง 1 ถึง 2 วันเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ควรหมั่นเทน้ำเพื่อให้ทรายชุ่มอยู่ตลอดเวลา อาจจะเทครั้งเดียวหรือสองครั้งต่อวันก็ได้ 
     ซึ่งในเมืองไทยเราสามารถทำได้เพราะอุปกรณ์หาได้ง่ายมีมากในบ้านเรา ซึ่งภูมิปัญญานี้บ้านเราก็มีมานาน
ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุึษ จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับคนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับยูพีเอส

                                                  เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับยูพีเอส
     เครื่องกำเนิดไฟฟ้า  มีไว้สำหรับจ่ายพลังงานให้กับระบบไฟฟ้าให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งในการเปิดหรือปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้านั้น จะต้องระวังไม่ให้เกิดแรงดันทรานเซียนท์ และในภาวะปกติแรงดันไฟฟ้าควรมีความเที่ยงตรง +- 2%
         การติดตั้งใช้งานเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
    การที่เราต้องการใช้งานเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองอัตโนมัติ ก็เพื่อที่จะให้ระบบไฟฟ้ายังคงใช้งานได้อยู่ตลอดเวลา แม้แต่ในกรณีที่แหล่งกำเนิดไฟฟ้าตามปกติหยุดชะงักการจ่ายไฟไปนานๆ และเป็นการลดต้นทุนในการที่จะจัดซื้อแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ๆ หรือมีจำนวนมากๆ ซึ่งจะทำให้มีปัญหาไปถึงห้องเก็บแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากด้วย
การพิจารณาหาขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองอัตโนมัตินั้นจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบต่างๆให้ครบถ้วน เช่น ความสูญเสียทางกำลังไฟฟ้าของเครื่องยูพีเอส กำลังไฟฟ้าที่ใช้ในการอัดให้ไฟแบตเตอรี่ และความต้านทานต่อฮาร์มอนิกย้อนกลับจากเครื่องยูพีเอสอีกด้วย
     ตามปกติแล้ว เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะจ่ายพลังงานออกมาได้ เป็นเวลานานที่จะจัดหาเชื้อเพลิงมาได้  แต่ระบบไฟฟ้าที่จะติดตั้งเครื่องกเนิดไฟฟ้าได้นั้น  จะต้องมีการติดตั้งอุปกรณ์โยกย้ายโหลดให้ต่อเข้ากับไฟฉุกเฉินได้ อุปกรณ์นี้เรียกว่า " สวิตช์ย้ายโหลดอัตโนมัติ " ( ATS - Automatic transfer  switch ) หรืออาจจะเป็น " สวิตช์ย้ายโหลดด้วยมือ " ( MTS - Manual transfer twitch ) ก็ได้
      ขั้นตอนที่มีการย้ายโหลดดังกล่าว จะมีช่วงที่การจ่ายพลังงานไฟฟ้าหยุดชะงัก  หรือมีการที่ไฟฟ้าขาดตอนไปบ้าง ( ประมาณ 5 วินาทีถึง 5 นาที ขึ้นอยู่กับค่าที่ตั้งไว้ ) ซึ่ง พอจะแยกความสำคัญของโหลดที่ใช้งานได้เป็น  3 ประเภท  คือ
1. โหลดปกติ ( Normal  load ) โหลดชนิดนี้ เป็นโหลดที่ยินยอมให้มีการหยุดชะงักการจ่ายไฟฟ้าได้นานๆเช่น  แสงสว่าง  ปรับอากาศ
2. โหลดวิกฤต ( Critical  load ) โหลดชนิดนี้เป็นโหลดที่ไม่ยินยอมให้มีการหยุดชะงักการจ่ายไฟฟ้านานเกินครึ่งไซเกิล ( 10 มิลลิวินาที ) เช่น คอมพิวเตอร์ , การสื่อสาร ดังนั้น ดหลดชนิดนี้จึงต้องจ่ายผ่านยูพีเอส และมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจ่ายเข้ายูพีเอสอีกขั้นหนึ่ง
3. โหลดจำเป็น ( Essential  load ) โหลดชนิดนี้เป็นโหลดเพื่อความปลอดภัยที่ยินยอมให้มีการหยุดชะงักการจ่ายไฟฟ้าได้ แต่ต้องไม่นานเกิน  30 วินาที เช่น โคมไฟฉุกเฉิน ระบบความเย็นพิเศษ ระบบป้องกันเพลิง ระบบรักษาความปลอดภัย
       การเลือกขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
  การเลือกขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองมาใช้งาน จะต้องพิจารณาถึงหลักการในการเลือกและวิธีการคำนวณขนาดของเครื่องที่เหมาะสม จึงจะเกิดประโยชน์ และเกิดความมั่นคงต่อระบบไฟฟ้าได้มากที่สุด
  การกำหนดขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จะต้องพิจารณาภาวะที่โหลดเริ่มเปิดใช้งาน และโหลดพิเศษซึ่งต้องเพิ่มขนาดพิกัดขึ้นอีก  เพื่อให้เกิดความปลอดภัย คือ
- เครื่องยูพีเอส
- เครื่องแปลงความถี่ไฟฟ้า
- เครื่องประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่ ( ชาร์จเจอร์ )
- เตรื่องมือแพทย์
ขั้นตอนเตรียมการ เพื่อคำนวณขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า มีดังนี้
- เตรียมรายละเอียดของโหลด ( Load schedule )
- พิจารณาแยกโหลด ที่ต้องการใช้ตลอดเวลา
- พิจารณาเรียกโหลด ที่จำเป็นหรือความปลอดภัย
- พิจารณาแยกโหลด  ที่ไม่จำเป็นต้องใช้
ทั้งนี้ วิธีการคำนวณโหลดเป็นวัตต์รวมอย่างง่าย ๆ นั้นถ้าหากไม่ทราบข้อมูล จะสามารถทำได้ดังนี้
1. โหลดแสงสว่าง
   คำนวณวัตต์รวม จากวัตต์ของหลอดไฟและบัลลาส   หากเป็นหลอดไฟ High intensity  discharge  ให้คิดวัตต์ 75% ของหลอด
2. โหลดมอเตอร์
   คำนวณวัตต์รวม จากวัตต์ของมอเตอร์ หากมีแรงม้า  ให้คิดเป็นวัตต์จาก
  กิโลวัตต์      เท่ากับ      แรงม้าที่เนมเพลท  x  0.746
                                              ประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ให้ถือว่า             - 1 แรงม้า              มีประสิทธิภาพประมาณ  70 %
                                 - 10 แรงม้า            มีประสิทธิภาพประมาณ  85 %
                                 - 100 แรงม้า          มีประสิทธิภาพประมาณ  90 %
3. โหลดเครื่องแปลงความถี่
      หากเป็นเครื่องแปลงความถี่ที่เป็นโรตารี่ซึ่งมีการขับเคลื่อน ( หมุน ) ให้คำนวณกิโลวัตต์ได้ และแรงม้าให้คิดเป็นวัตต์จาก
    กิโลวัตต์             เท่ากับ        แรงม้าชุดขับด้านออก x 0.746
                                                          ประสิทธิภาพ
                             ประสิทธิภาพถือว่า  มีค่าประมาณ  90 %
      ในการคำนวณเครื่องแปลงความถี่เป็นโรตารี่  ควรมีการเผื่อไว้เป็นประมาณ 2 เท่า หากเครื่องแปลงความถี่เป็นสแตติก  ควรมีการเผื่อไว้ประมาณ  1.4 เท่า
4. โหลดเครื่องยูพีเอสสแตติก
     คำนวณหาวัตต์รวม  ในภาวะอัดไฟแบตเตอรี่
   กิโลวัตต์              เท่ากับ            กิโลวัตต์ด้านออก  + กิโลวัตต์ในการอัดไฟแบตเตอรี่
                                                      ประสิทธิภาพยูพีเอส
      โดยปกติถือว่า  ประสิทธิภาพยูพีเอสมีค่าประมาณ  85 % และการอัดไฟของแบตเตอรี่มีค่าประมาณ 20 % ของพิกัด
       ในการคำนวณ  ควรเผื่อไว้ประมาณ  1.4 เท่า
                    หลักการทั่วไปในการเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
       การพิจารณา  ในการเลือกเครื่องกำเนิดไฟฟ้า  มีสามประการ  คือ
1. พิจารณาที่จะยินยอมให้มีโหลดเป็นอุปกรณ์ที่เป็นโซลิดสเตต  เช่น ไทริสเตอร์ มีค่าไม่เกิน 70 % ของโหลดทั้งหมด ส่วนโหลดที่เหลืออีก 30% ให้ถือว่าเป็นโหลดอุปกรณ์ทั่วไป  ทั้งนี้เพื่อมิให้เกิดความผิดเพี้ยนของรูปเคลื่อนไฟฟ้า ( Waveform distortion ) มากเกินไปนั่นเอง
2. หากโหลดเป็นเครื่องยูพีเอส  ชนิด 6 พัลล์ ควรจะมีการเผื่อขนาดกำลังไฟฟ้าด้านเข้า ให้เพิ่มขึ้นจากกำลังไฟฟ้าด้านเข้าปกติอีก  100%
3. หากโหลดเป็นเครื่องยูพีเอส  ชนิด 12 พัลส์ ควรจะมีการเผื่อขนาดกำลังไฟฟ้าด้านเข้า ให้เพิ่มขึ้นจากกำลังไฟฟ้าด้านเข้าปกติอีก  50%
                  การคำนวณขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
        โดยปกติ  เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทั่วไป จะรับโหลดโซลิดสเตต  เช่น  ไทริสเตอร์ ได้ประมาณ 55%  ของพิกัดโหลดตามปกติเท่านั้น แต่ก็มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าบางชนิดที่ออกแบบให้รับโห
ถึง  75% ทีเดียว  อย่างไรก็ตามหากเราไม่แน่ใจในเรื่องของชนิดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เราจะหาได้มา  เราก็ควรจะถือไว้ก่อนว่า เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่จะได้นั้น รับโหลดโซลิดสเตตได้เพียง  50-60 % ของพิกัดโหลดตามปกติ  มาใช้ในการคำนวณเลือกขนาดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
    ตัวอย่าง  :  การคำนวณเลือกขนาดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองอัโนมัติ
    โจทย์      :  ต้องการให้จ่ายโหลดที่เครื่องยูพีเอส  70 % ของโหลดรวม 1000 เควีเอ และถือว่าระบบมีตัว
                      ประกอบกำลัง ( Power  factor ) 0.8
    การคำนวณ
   โหลดรวม                                     =  KVA x  pf
                                                        =   1000  x 0.8
                                                        =   800                        กิโลวัตต์
   โหลดยูพีเอสด้านออก  70%         =  800  x  0.7
                                                        =   560                         กิโลวัตต์
โดยปกติถือว่า ประสิทธิภาพของยูพีเอสทั้งชุด  ประมาณ  85%
ดังนั้น  โหลดยูพีเอสด้านเข้า           =  560




วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ยูพีเอสคืออะไร

                                  การเปรียบเทียบยูพีเอสชนิดต่างๆ
       ระบบยูพีเอสที่ใช้เทคนิคของทรานซิสเตอร์ จะมีประสิทธิภาพรวมของยูพีเอสทั้งระบบสูงกว่ายูพีเอสที่ใช้ไทริสเตอร์ และสูงกว่ายูพีเอสโรตารี่ กล่าวคือ ยูพีเอสที่ใช้ไทริสเตอร์จะมีประสิทธิภาพรวมสูงกว่ายูพีเอสโรตารี่ประมาณ 7% ส่วนยูพีเอสที่ใช้ทรานซิสเตอร์จะมีประสิทธิภาพรวมสูงกว่ายูพีเอสโรตารี่ประมาณ 10% นั่นคือยูพีเอสที่ใช้ทรานซิสเตอร์จะมีประสิทธิภาพรวมสูงกว่ายูพีเอสที่ใช้ไทริสเตอร์ประมาณ  3 %
     แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงความทนทานแล้ว ยูพีเอสโรตารี่จะมีความทนทานสูงสุด ส่วนยูพีเอสที่ใช้ไทริสเตอร์จะมีความทนทานรองลงมา และยูพีเอสทรานซิสเตอร์จะมีความทนทานต่ำสุด  ดังนั้นในการเลือกชนิดและประเภทของยูพีเอสมาใช้งาน ต้องพิจารณาองค์ประกอบด้านราคา  ความทนทาน  ประสิทธิภาพ  สถานที่จัดเก็บ  และสภาพแวดล้อม ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างระบบยูพีเอสโรตารี่กับระบบยูพีเอสสแตติกจะแยกได้ดังนี้
    การเปรียบเทียบระบบยูพีเอสโรตารี่ กับระบบยูพีเอสสแตติก
รายละเอียด                                    ยูพีเอสโรตารี่                                           ยูพีเอสสแตติก
ประสิทธิภาพรวม                          ประมาณ 87%                                          ประมาณ  89%
ขนาดของเครื่อง                           ใหญ่กว่าสแตติก 20%                              เล็กกว่า
ระดับเสียง                                     ประมาณ 94db                                         ประมาณ 72db
ระบบปรับอากาศ                           ไม่จำเป็นนัก                                             จำเป็นต้องใช้

  ส่วนการเปรียบเทียบคุณสมบัติไฟฟ้าด้านเข้าของระบบยูพีเอสชนิดต่างๆด้านฮาร์มอนิกรวมและด้านตัวประกอบกำลังนั้น พอสรุปได้ดังนี้
   รายละเอียดระบบยูพีเอส                                       THD                                P.F.
เรคติไฟเออร์แบบ  6 พัลส์                                     28 %                                  0.84
เรคติไฟเออร์แบบ  12  พัลส์                                  10 %                                  0.85
เรคติไฟเออร์แบบ 6 พัลส์ ที่มีอุปกรณ์                    9 %                                   0.90
กรองฮาร์มอนิกพิเศษ
ยูนิบล็อคคอนเวอร์เตอร์                                        2 %                                    0.95
      
  การเปรียบเทียบความทนทานต่อการใช้งานของระบบยูพีเอสชนิดต่างๆ ทางด้าน MTBF ( Mean  Time  between  failure ) สามารถสรุปได้ดังนี้
    รายละเอียดระบบยูพีเอส                                                  MTBF (ชั่วโมง )
On  Line Static : Single  Module                                            80,000 - 100,000
On  Line Static : Parallel redundant  Pair                                350,000 - 400,000
Uniblock : Single Uniblock                                                    150,000 - 170,000
Uniblock : Single Uniblock Internally  Redundant                    610,000 - 670,000